การจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
เราเข้าใจกันดีแค่ไหน ?
เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีปัญหาหลายประการ
อาทิ ปัญหาความขัดแย้งทางความคิด ปัญหาความยากจน ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในสังคม
ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบ ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น
และปัญหาประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์เป็นต้น ซึ่งผู้วิเคราะห์ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่
มักจะได้ข้อสรุปที่คล้ายคลึงกันว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาก็คือ
ระบบการศึกษาของประเทศไทยและเมื่อลองย้อนกลับไปก็จะพบว่า
นับตั้งแต่ประเทศไทยนำรูปแบบการศึกษาแผนใหม่จากประเทศตะวันตกเข้ามาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ก็ได้จัดระบบการศึกษาแบบรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลางมาโดยตลอด
ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดหลักสูตร ตำรา วิธีการและภาษาที่ใช้ในการสอน ล้วนแต่ถูกกำหนดมาจากส่วนกลางทั้งสิ้น
บุคลากรในแวดวงการศึกษาของประเทศไทยหลายต่อหลายท่านต่างเห็นตรงกันว่า
ความผิดพลาดที่สำคัญประการหนึ่งของการจัดการศึกษาของประเทศไทยที่ผ่านมาก็คือการละเลยที่จะพิจารณาถึงความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียน
และการเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้กับการนำมาใช้ในชีวิตจริง
ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของท่าน ดร.รุ่งแก้วแดง (2542)
ที่ได้กล่าวถึงภาวะวิกฤตของการศึกษาไทยว่าการจัดการศึกษาของไทยในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของบุคคล สังคม
และประเทศ เมื่อต้องเผชิญกับกระแสความคาดหวังของสังคมที่จะให้การศึกษามีบทบาทในการเตรียมคนให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในสังคมโลกด้วยแล้วก็ยิ่งเห็นสภาพความสับสน
ความล้มเหลว และความล้าหลังที่เป็นปัญหาของการศึกษามากขึ้น
นอกจากวิกฤตของการศึกษาแล้ว ปัญหาใหญ่อีกประการที่ตามมาก็คือวิกฤตของผู้เรียน
ผู้เรียนมีความทุกข์เนื่องจากเนื้อหาที่เรียนไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน
ต้องจำใจเรียนสิ่งที่ไกลตัว ต้องสร้างจินตนาการด้วยความยากลำบาก
และต้องท่องจำตลอดเวลา
ขาดการเชื่อมโยงความรู้ที่ได้จากการเรียนมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
ทำให้เกิดความสับสน ผลที่เกิดขึ้นคือ มีเจตคติทางลบต่อการเรียน
และเป็นปัญหาของสังคม อาทิฆ่าตัวตาย เป็นคนเกเรหนีโรงเรียน สร้างปมเด่นในทางที่ผิด
และติดยาเสพย์ติด เป็นต้น
จากที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้กระแสของการปฏิรูประบบการศึกษาเริ่มถูกผลักดันให้เกิดผลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงการจัดทำ แผนพัฒนาการศึกษา ฉบับที่ 8
เมื่อประมาณ พ.ศ. 2536 - 2537 ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมีผลต่อการร่างรัฐธรรมนูญปี
พ.ศ. 2540
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเป็นอย่างมากจนถึงปัจจุบันทำให้เกิดกระแสความต้องการที่พยายามจะผลักดันให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวคิดและการกำหนดบทบาทใหม่ของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการศึกษา
ไม่ว่าจะเป็นผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ปกครองของผู้เรียน
เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาวิกฤตของการศึกษาและผู้เรียนต่อไป
และแนวทางหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่าสมควรที่จะนำมาปรับใช้กับระบบการศึกษาของประเทศไทยก็คือ
การจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child Center)
แนวคิดการจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
หรือบางครั้งก็อาจจะคุ้นหูกับคำว่า การเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
สามารถเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้หลายคำ อาทิ Child Centered Learning, Child
Centered Education, Student Centered Learning, Student Centered Educationและ Learner-Centered Education เป็นต้น
แต่คำภาษาอังกฤษที่นิยมพูดในบ้านเรา ก็คือ Child Center
ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบัน
อีกทั้งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2)
พ.ศ.2545หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 กำหนดไว้ว่า
“การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่า2ผู้เรียนสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ”
และตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กำหนดหลักการ ข้อ 3ซึ่งกำหนดไว้ว่า“ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ”
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2545) จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พุทธศักราช 2542 นี้ เองทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาขึ้น
และการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญก็เป็นประเด็นสำคัญ
ประเด็นหนึ่งในการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542
หรือแม้แต่การประกันคุณภาพในส่วนของการศึกษาเองยังเน้นที่จะประเมินการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ด้วยเหตุนี้เองจึงเกิดคำถามขึ้นมากมายว่า
จริงๆแล้วการจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางคืออะไร สำคัญอย่างไร
จำเป็นแค่ไหนและเกิดประโยชน์จริงหรือและนับเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้สอนในการที่จะทำความเข้าใจ วางแผนการสอนตลอดจนปรับปรุงและพัฒนาวิธีการสอนภายใต้แนวคิดการจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนที่มีความหลากหลายที่ตนเองต้องรับผิดชอบโดยเฉพาะอย่างยิงในระดับบัณฑิตศึกษา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น